รูขุมขนกว้าง ทีเด็ด แก้ปัญหา รูขุมขนกว้าง

รูขุมขนกว้าง ทีเด็ด แก้ปัญหา รูขุมขนกว้าง ง่ายนิดเดียว
เชื่อว่าผู้หญิงหลายๆคนคงเซ็งกับปัญหาเรื่อง รูขุมขนกว้าง เพราะจะทำให้คุณสาวๆแต่งหน้ายากและยังอาจมีโอกาสเป็นสิวอุดตันอีกต่างหากวันนี้ทางทีมงาน Admin จะมานำเสนอ 4 วิธีสุดเด็ดที่ช่วยให้รูขุมขนบนใบหน้าเล็กลง รับรองว่าถ้าทำทุกวันเห็นผลแน่นอน รูขุมขนกว้าง.

รูขุมขนกว้าง

 

รูขุมขนกว้าง1.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิด บีบลงผ้า ที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิดเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดเล็กตัวลง

2.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต
โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติก และโปรไบโอติก ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าและยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่าย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ รูขุมขนกว้าง ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ก็สามารถสวยได้แล้ว

3.ล้างหน้าด้วยอุณภูมิห้องทุกวัน
แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไป การล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นช่วยล้างคราบสิ่งสกปรก ที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้

4.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า
โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 นาที จะช่วยให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ้มชื้นให้กับผิวหน้าำได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิงดี รูขุมขนกว้าง.

วิธีรักษาสิวอักเสบ การรักษาสิวอักเสบทำอย่างไร?

วิธีรักษาสิวอักเสบ การรักษาสิวอักเสบทำอย่างไร?

บรรดาสิวอักเสบทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยการเกิดทั้งสิ้น นั่นก็คือปัจจัยจากภายในร่างกายของเรา และปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น สิ่งแวดล้อม มลพิษต่างๆรวมถึงเชื้อแบคทีเรียในบรรยากาศที่มีบทบาทก่อให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบของผิวหนังส่วนใหญ่ ซึงรวมถึงสิวอักเสบด้วย ปัจจัยภายในบางอย่างเราอาจแก้ไขอะไรไม่ได้หรือแก้ได้ยาก อาจกระทบต่อความสมดุลของร่างกายได้ แต่ปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอก เราแก้ไขและควบคุมได้ง่ายกว่า

จึงมีคำกล่าวที่ว่า การแก้ปัญหาสิวอักเสบ ถ้าแก้ปัญหาเชื้อแบคทีเรียได้ ก็เท่ากับแก้ปัญหาสิวอักเสบได้ด้วย เพราะตัวการที่ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น

ส่วนใหญ่คือเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง แต่ถ้าแก้ไขได้ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในได้ก็ยิ่งเป็นการดีสมบูรณ์แบบ
แต่จะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก วิธีรักษาสิวอักเสบ.

วิธีรักษาสิวอักเสบ

 

วิธีรักษาสิวอักเสบ จะแก้ปัญหาเชื้อแบคทีเรียและไขมันส่วนเกินได้อย่างไร?

 

ปฏิกิริยาระหว่างไขมันที่ร่างกายของเราขจัดออกมาตลอดเวลาผ่านทางผิวหนัง
กับเชื้อแบคทีเรียก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น ดังนั้นเพื่อลดการเกิดการอักเสบ
จึงควรหมั่นความสะอาดผิวหนัง เพื่อขจัดไขมันและแบคทีเรียออกไป
แต่อาจจะป้องกันได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ
เหตุเพราะเราต้องสัมผัสอยู่กับสิ่งแวดล้อมและแบคทีเรียอยู่ตลอดเวลาแบบหลีกเลี่ย
งได้ยาก ดังนั้นจึงนิยมลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆด้วยการปฏิบัติดังนี้

1. รักษาความสะอาด ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดความมัน

2. หลังทำกิจกรรม ที่มีเหงื่อออกมาก ควรล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก วิธีรักษาสิวอักเสบ  ความมัน และแบคทีเรียบนใบหน้า

3. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่มีสามารถขจัดแบคทีเรีย

อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว หรือที่มีส่วนผสม ของสารสกัดจากพืชธรรมชาติ
ที่เหมาะกับสภาพผิว

4. ระหว่างที่เป็นสิว ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผม

หรือเครื่องสำอางที่มีความเหนียวเหนอะหนะ
เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะตกค้างอยู่แถวๆตีนผม ซึ่งจะทำให้เกิด
การระคายเคืองและเป็นสิวขึ้นได้

5. ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่รักษาได้ยาก

6. ควรรักษาสุขภาพ โดยทั่วไปให้ดีอยู่เสมอ เช่น รับประทานผัก ผลไม้ น้ำผลไม้

และน้ำสะอาด ให้มากๆ

7. พยายามอย่าเครียดหรือนอนดึก พักผ่อนให้เพียงพอ

การเครียดมากๆจะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก

แนวทางในการดูแลและรักษาสิวอักเสบและการป้องกันการเกิดสิวอักเสบ

1 ) การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ (
P. Acne ) 2 ) การป้องกันการเกิดสิวอักเสบ เมื่อกำจัดสิวอักเสบได้แล้ว
ต้องทำการป้องกันการเกิดสิวอักเสบที่จะหวนกลับมาเป็นเป็นอีก
เพราะการเกิดสิวอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่ร
อบตัว ทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายของเราเอง และปัจจัยภายนอกร่างกาย
ในบรรยากาศทุกๆตารางนิ้วมีแบคทีเรียในบรรยากาศกระจายอยู่ทั่วๆไป
ซึ่งพร้อมที่จะทำปฏิกิริยากับผิวของเราได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะช่วงที่ผิวหนังสกปรก
สามารถเกิดสิวอักเสบขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น
เมื่อทำการรักษาสิวอักเสบหายเป็นปกติแล้ว
จึงต้องมีการป้องกันการเกิดสิวอักเสบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ วิธีรักษาสิวอักเสบ.

วิธีทำให้นมใหญ่ ดูแล เต้านม-ตอนท้อง เรื่องสำคัญของผู้หญิง

วิธีทำให้นมใหญ่ ดูแล เต้านม-ตอนท้อง เรื่องสำคัญของผู้หญิง

ตอนไม่ท้อง เต้านมก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่ โดยเฉพาะต้องหายกทรงที่เหมาะสมมาใส่ เพื่อเต้านมจะได้สวยนานๆ แต่เมื่อยามท้อง เต้านมมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ก็จะยิ่งทำให้ต้องดูแลเอาใจใส่กันมากขึ้นเป็นพิเศษ วิธีทำให้นมใหญ่.

 

วิธีทำให้นมใหญ่

วิธีทำให้นมใหญ่ เวลาสองเดือนหลังพักฟื้น
เวลาสองเดือนหลังพักฟื้น ต้องบำรุงร่างกายด้วยอาหารสำหรับช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง และนวดหน้าอกอย่างตั้งใจช่วยให้มีอกสวย ช่วงทีตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังคลอด คุณแม่ทั้งหลายอย่าคิดว่ามันยุ่งยาก ต้องฟังคำแนะนำของคุณหมอรักษาร่างกายและจิตใจให้ดี จะได้เป็นคุณแม่ที่ทั้งสวยทั้งแข็งแรง
ณแม่ทั้งหลายจำไว้ว่าเวลานวดหน้าอกจะต้องเบามือ อย่าออกแรงมากเกินไป เวลาให้นมหน้าอกจะเจ็บง่าย แค่กดเบาๆก็พอ หลังนวดต้องใช้ผ้าเช็ดให้สะอาด
ป้องกันทารกรับประทานเข้าไป
นวดหน้าอก ทำให้นมใหญ่

การนวดหน้าอกที่เหมาะสม สามารถกระตุ้นท่อน้ำนม ให้หน้าอกสวยและแข็งแรง วิธีทำให้นมใหญ่

การนวดหน้าอกช่วยเร่งการไหลเวียนโลหิต กระตุ้นหลอดเลือดดำและกล้ามเนื้อหน้าอก วิธีทำให้นมใหญ่ เพิ่มการเผาผลาญ การนวดช่วยกระตุ้นทุกส่วนของเต้านม

เช่น ท่อน้ำนม เนื้อเยื่อไขมัน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้เต้านมอวบอิ่มและมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น นอกจากนี้เรายังตรวจสอบได้ว่า เต้านมมีก้อนแข็งๆ

หรือไม่ในขณะที่นวด เนื่องจากในปัจจุบันพบมะเร็งเต้านมในผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องหมั่นตรวจเช็กหน้าอกเป็นประจำอย่าละเลย
มนมมะละกอหรือกินมะละกอดิบทุกวันทำให้หน้าอกใหญ่ จริงหรือไม่

นมมะละอกมีเอ็นไซม์สูง เป็นของบำรุงหน้าอกอย่างดี
มะละกอมีคุณค่าทางอาหารสูง เต็มไปด้วย กลูโคส เซลลูโลส วิตามิน กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก เป็นต้น โดยเฉพาะ วิตามิน A และ C มีปริมาณเป็น 5 เท่า ของ
แตงโมและยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะมะละกอดิบที่มีสารอาหารสูงที่สุด เพราะมีเอนไซม์โปรติเอสมาก เมื่อนำไปต้มกับเนื้อจะช่วยให้ร่างกายดูด
ซึมโปรตีนได้ดี เพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร ถึงแม้ว่า จะไม่มีคำยืนยันว่านมมะละกอทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้น แต่รับรองว่าช่วยในการเติบโตของหน้าอกแน่นอน
นอนคว่ำเป็นประจำทำให้หน้าอกเล็กลงหรือไม่?  วิธีทำให้นมใหญ่.

วิธีลดหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้อง จากการเลือกอาหาร

วิธีลดหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้อง จากการเลือกอาหาร

ถั่ว
เป็นแหล่งอุดมแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมระดับพรีเมี่ยม …ดิม รวมถึงช่วยแก้ปัญหาการนอนหลับของคุณให้หลับสนิทขึ้นตลอดคืนด้วย อย่างไรก็ดี มันช่วยลดอัตราการเกิดโรคต่างๆ หรือภาวะอื่นๆ ได้เช่นกัน (ต่อต้านระบบภูมิคุ้มกัน) อย่างโรคหัวใจ, โรคเบาหวาน และภาวะน้ำหนักตัวเกิน/โรคอ้วน หากคุณอยากทานถั่วประเภทอื่นๆ นอกจากถั่วฝักยาว เราแนะนำว่าควรทานถั่วที่ ‘ไม่ผ่านการทอด’ เพราะการทอดจะทำให้น้ำมันดูดซับเข้าไปในเนื้อถั่วจำนวนมาก เมื่อทานเข้าไปจะทำให้เกิดไขมันสะสมตามร่างกาย แต่ทว่าคุณควรเน้นทาน ‘ถั่วต้ม’ ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นานกว่า … วิธีลดหน้าท้อง

วิธีลดหน้าท้อง

วิธีลดหน้าท้อง ปลา

เมื่อคุณเริ่มไดเอท และห่วงเรื่องน้ำหนักมากขึ้น กลัวไขมันรอบเอวปรากฏ นั่นอาจทำให้คุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน และกรดไขมันโอเมก้า 3 (ที่มีอยู่ในปลา) ซึ่งคุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว มันเป็นอาหารเกรดเอที่ช่วยลดความอยากอาหารของคุณลงได้ ทำให้คุณรู้สึกเบื่อ เอียน แถมยังช่วยคุณเบิร์นแคลอรีมากกว่าที่คุณทานไขมัน และคาร์โบไฮเดรตเป็นไหนๆ ข้อสำคัญมันจะไปกระตุ้น ‘ต่อมไพเนียล’ ในสมองคุณให้สร้างฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ในตอนกลางคืน (ฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายที่จะช่วยควบคุมการนอนหลับ และตื่นนอน) ทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน อยากพักผ่อนมากขึ้น … เมื่อคุณรู้สึกเพลียอยากพักผ่อน นั่นจึงทำให้คุณไม่รู้สึกหิวท้องร้องกลางดึก (ทานตอนดึก … สาเหตุของความอ้วน) ฉะนั้นหากคุณขาดโอเมก้า 3 มากๆ มันก็จะพลอยส่งผลให้คุณหลับไม่สนิท สุขภาพแย่ และรู้สึกหิวช่วงกลางดึกไปด้วย ในทางกลับกันถ้าคุณได้รับโอเมก้า 3 ที่เพียงพอ มันจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของหัวใจ และลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม ! ปล. หากใครมีความเครียดสูงทำให้นอนหลับยาก ลองเลือกทานเมนูจากปลาทะเล (เมนูประจำสำหรับมื้อเย็น) ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3, น้ำมันปลา, และแมกนีเซียม อย่างเช่น ข้าวต้มปลา ปลาผัดขึ้นฉ่าย ปลาย่างซีอิ๊ว ปลานึ่ง สเต๊กปลา ก็ช่วยลดระดับความเครียดลงได้ไม่น้อยนะ !

นม

จากผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภค 100 มิลลิกรัมของแคลเซียมต่อวัน (ครึ่งถ้วยของโยเกิร์ต) วิธีลดหน้าท้อง จะสามารถลดสลายไขมันหน้าท้องลงได้ประมาณ 1 นิ้ว และช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง นอนหลับสนิทมากขึ้น (จนคุณรู้สึกพักผ่อนได้เต็มที่) ถึงแม้ระหว่างนอนหลับ คุณจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือเป็นตะคริวขึ้นมา แต่เกลือแร่ และแคลเซียมจากนมสดก็จะช่วยคุณรีแล็กซ์เส้นประสาทกล้ามเนื้อ และเส้นประสาทนำความรู้สึก ให้คุณหลับลึกได้ดีตลอดคืน เราแนะนำให้คุณเลือกดื่มนมอุ่นๆ ก่อนเข้านอนเป็นประจำทุกวัน เพราะมันจะช่วยสร้าง ‘เมลาโทนิน’ ให้กับร่างกาย คุณจะหลับสนิท และไม่รู้สึกหิวระหว่างนอนหลับ อีกทั้งแคลเซียมจะเข้าไปขัดขวางการสร้าง-สะสมไขมัน (ระหว่างนอนหลับ) เมื่อไขมันลดลง ร่างกายก็จะเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น …

 

วิธีลดหน้าท้อง ด้วยการกินน้ำ
น้ำเปล่า

ร่างกานคนเราประกอบด้วยน้ำมากถึง 70% หากเราเป็นคนที่ไม่ค่อยกินน้ำ ร่างกายจะเก็บสะสมไขมันไว้ในร่างกาย การที่จะให้ร่างกายทำงานได้ดีเหมือนเครื่องจักรที่เบิร์นไขมันได้เต็มทีนั้นต้องกินน้าเปล่าเยอะ ขั้นต่ำที่ร่างกายใช้น้ำออกไป ทางการหายใจเราหายใจกันตลอดเวลาใช่ไหม อย่าลืมว่าน้ำก็ออกไปแต่เราไม่กินน้ำใหม่เราจะเป็นคนที่ลดพุงยากกว่าเพื่อนที่สามารถกินน้ำได้มากกว่าเรา ถ้าตั้งใจลดเอวพร้อมกันเราอาจจะแพ้ได้

ชาสมุนไพร

ชาเขียวสกัดนั้นเป็นชาที่มีสาร EGCE ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ใช้เบิร์นไขมันสะสมทั่งร่างกายได้ง่ายๆ แต่ควรหาแบบธรรมชาติไม่ใช่ซื้อร้านสะดวกซื้อเพราะ นั้นมีน้ำตาลเยอะเช่นกัน กินแล้วมีแต่จะชวนกันลงพุง

เลี่ยงแอลกอฮอล์

การกินเครื่องดื่มเหล่านั้นมีองค์ประกอบของน้ำตาลเยอะกว่าระดับปกติกาเรากินบ่อยเข้าร่างกายเรามีแนวโน้มจะสะสมไขมัน ลงพุงได้ง่ายถ้าเราตั้งใจลดพุงแบบเห็นผล เราต้องลดปริมาณการดื่ม จนถึงเลิกการดื่มที่สะสมไขมันรอบเอว วิธีลดหน้าท้อง.

 

วิธีลดต้นขา 5 วิธีเด็ดสลายเซลลูไลท์-น่องโต-ต้นขาใหญ่

วิธีลดต้นขา 5 วิธีเด็ดสลายเซลลูไลท์-น่องโต-ต้นขาใหญ่ อวดเรียวขากล้ามเนื้อแน่นปั๊ก!
ท่าออกกําลังกายลดต้นขาง่าย ๆ ท่าที่ 1
ต้นขาเป็นส่วนของร่างกายที่ใช้ระยะเวลาในการลดนานที่สุด การลดต้นขาต้องค่อย ๆ ทำ ใช้เวลาน้อยเพียง 5 นาทีเท่านั้น แต่ต้องขยันทำทุกวัน เพื่อให้สามารถลดต้นขาได้จริง ท่าออกกําลังกายลดต้นขาง่าย ๆ ท่าที่ 1 เริ่มจากการกางขาออก ปลายเท้าทั้ง 2 ข้างชี้ไปข้างหน้า จากนั้น นั่งลงเหมือนนั่งเก้าอี้ พร้อมประพนมมือขณะนั่งเพื่อนับ 1 หลังจากนั้นลุกขึ้นพร้อมนำมือไปประกบสะโพกของแต่ละข้าง เพื่อนับ 2 ค่อย ๆ ทำแล้วนับให้ถึง 10 ครั้ง จากนั้นเปลี่ยนไปท่าลดต้นขาที่ 2 ได้เลย วิธีลดต้นขา.

วิธีลดต้นขา

วิธีลดต้นขา ท่าออกกําลังกายลดต้นขาง่าย ๆ ท่าที่ 2

ลดต้นขา

การ ลดต้นขา ต้องทำเป็นประจำ เพราฉะนั้น มาทำท่าที่ 2 ต่อจากท่าแรกกันเลย ท่าออกกําลังกายลดต้นขาง่าย ๆ ท่าที่ 2 ให้กางขาออกให้กว้างจากท่าแรกตามรูป หัวปลายเท้าออกข้างไป 45 องศา มือวางไว้ที่ต้นขาของแต่ละข้าง จากนั้นนับ 1 แล้วให้ยกส้นเท้าขึ้น เพื่อนับ 2 ท่าลดต้นขาท่านี้เป็นท่าง่าย ๆ นับให้ถึง 10 ครั้ง เพื่อจบ แล้วไปเริ่มลดต้นขาท่าที่ 3 ได้เลยจ้า

 

ท่าออกกําลังกายลดต้นขาง่าย ๆ ท่าที่ 3

ออกกําลังกายลดต้นขา
ออกกําลังกายลดต้นขา ท่านี้จะคล้ายกับท่าแรกแต่ปลายเท้าจะแยกออกไปข้างหน้า 45 อาศา วิธีลดต้นขา ในท่าออกกําลังกายลดต้นขาง่าย ๆ ท่าที่ 3 ให้แยกขากว้างกว่าท่าแรก หัวปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า พร้อมแยกปลายเท้าไปข้างหน้า 45 องศา แล้วนั่งลงเหมือนนั่งเก้าอี้ พนมมือไว้ข้างหน้าเพื่อนับ 1 จากนั้นลุก แล้วมือวางที่ต้นขาของแต่ละข้างเพื่อนับ 2 ทำแบบนี้ 10 ครั้ง แล้วไปลดต้นขากับท่าสุดท้ายได้เลยจ้า

ท่าออกกําลังกายลดต้นขาง่าย ๆ ท่าที่ 4

ลดต้นขาง่าย ๆ

ลดต้นขาง่าย ๆ ท่าสุดท้ายท่าออกกำลังกายลดต้นขา ท่านี้ให้ยืนตรง ขากางออกนิดหน่อยเท่านั้น จากนั้นยกขาไปด้านข้าง 60 องศา ทีละข้าง แล้วเปลี่ยนยกขาเพื่อสลับไปมา มือให้ยกขึ้นลง ท่าสุดท้ายนี้ง่ายมาก นับ 1 – 10 ก็เสร็จสิ้น 4 ท่าลดต้นขาแล้ว เมื่อรวมทั้งหมดเราก็จะได้ออกกำลังกาย 40 ครั้งภายใน 5 นาทีเท่านั้น หากใครอยากทำเพิ่ม ให้ทำเพิ่มเป็น 2 – 3 รอบ ก็จะสามารถช่วยลดต้นขาได้ง่าย และไวขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์ ทำให้เราแข็งแรง ห่างไกลจากโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอื่นๆอีกหลายโรคที่เกี่ยวกับไขมันจากความอ้วน 10 โรคของคนอ้วน กับโรคที่เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ วิธีลดต้นขา.

อยากรักษาสิว อย่า!!! ทำแบบนี้ ถ้าไม่อยากสิวเห่อ

อยากรักษาสิว อย่า!!! ทำแบบนี้ ถ้าไม่อยากสิวเห่อ

อย่า!!! ใช้เครื่องสำอางที่แรงเกินไป หรือมีส่วนผสมของน้ำหอม เพราะสารบางอย่างในเครื่องสำอางจะทำให้เกิดปฏิกิริยากับผิว เกิดการแพ้ เห่อ ดังนั้น ควรมีการทดสอบก่อนใช้จริงทุกครั้ง อยากรักษาสิว.

อยากรักษาสิว

อยากรักษาสิว อย่า!!! ปล่อยให้หน้าสกปรก เพราะฝุ่นควันที่สะสมอยู่บนใบหน้านานๆ ยิ่งถ้าคุณเป็นคนผิวมัน และตากแดดเป็นเวลานานๆ ก็จะยิ่งจะทำให้เกิดสิวอุดตันได้มากขึ้นเท่านั้น

อย่า!!! บีบ แกะ สิวเอง เพราะมือที่ไม่สะอาด และการกดสิวที่ไม่ถูกวิธี นอกจากสิวจะไม่หายแล้ว ยังก่อให้เกิดร่องลึก รอยหลุมสิว(Icepick-scar) กลายเป็นแผลเป็นตามมาแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย

อย่า!!! ทานอาหารที่มันจัด เพราะอาหารที่เราทานจะยิ่งไปกระตุ้นต่อมไขมัน ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้ง่าย

อย่า!!! นอนดึก เพราะการที่คุณพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง สิวก็จะเกิดได้ง่ายขึ้นด้วย

อย่า!!! เครียด เพราะความเครียดจะทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่ปกติ เกิดการผลิตไขมันที่มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการอุดตันของสิวมากขึ้นด้วย

ถ้าเราลด ละ เลิก ไม่ทำสิ่งที่กล่าวไปนี้แล้ว แต่สิวก็ยังไม่หายเห่อ ไม่ยุบดั่งใจสักที อยากรักษาสิว ขอแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง เพราะ “สิว” เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป การทานยาที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์ การทานยาเป็นประจำในผู้ป่วยโรคไต หรืออาจเกิดจากผิวที่บอบบางแพ้ง่าย เกิดการระคายเคืองได้ตลอดเวลา สาวๆ หลายคนนิยมเข้าคอร์สรักษาสิวตามสถานเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ นับเป็นเรื่องดีค่ะ เพราะเราจะได้ปรึกษาแพทย์ และได้รับการรักษาสิวอย่างตรงจุด แพทย์จะวิเคราะห์สภาพผิวหน้า และประเมินสาเหตุการเกิดสิว เพื่อรักษา และแนะนำได้อย่างถูกวิธี ปัญหา “สิว” จะได้เป็นแค่เรื่องสิวๆ จิ๊บๆ ค๊า… อยากรักษาสิว.

ลดต้นขา เ ท ค นิ ค แ ล ะ ท่ า บ ริ ห า ร ต้ น ข า

ลดต้นขา เ ท ค นิ ค แ ล ะ ท่ า บ ริ ห า ร ต้ น ข า

บางท่าของการบริหารต้นขาแต่ละส่วนมีให้เลือก 2 ท่า คุณสามารถเลือกท่าที่คุณถนัดได้ หรือจะบริหารทุกท่าเลยก็ได้

บริหารต้นขาด้านหน้า 1
1. นอนหงายราบลงบนพื้น สอดมือทั้งสองข้างรองไว้ที่ก้น งอเข่าซ้ายเข้าหาอก แล้วเหยียดขาขวาตรงขึ้นข้างบนอย่างช้าๆ
2. เมื่อเหยียดขาขวาได้สุดแล้ว ให้นิ่ง และหายใจตามปกติ
3. ให้รู้สึกได้ถึงความตึงที่ต้นขาด้านหน้า และด้านหลังของลำขาทั้งหมด
4. กลับสู่ท่าเริ่มต้นใหม่ โดยให้เข่าขวางอเข้าหาหน้าอก แล้วเหยียดขาซ้ายตรงขึ้นข้างบนบ้าง ทำสลับกันเช่นนี้ ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง (1 เซ็ท)
5. ควรปฏิบัติ 3 เซ็ท / วัน 3-5 วัน / สัปดาห์ ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา บริหารต้นขาด้านหลัง 1
1. นอนคว่ำหน้าลงบนหลังมือทั้งสองข้าง โดยมีเบาะรองพื้น
2. กดสะโพกให้แนบติดพื้น ขณะเดียวกันก็เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องเอาไว้
3. ค่อยๆ งอขาขวาเข้าหาก้นอย่างช้าๆ โดยต้นขาด้านหน้ายังแนบติดกับพื้นเบาะ
4. นิ่งสักครู่ก่อนที่จะลดเท้าลงเหมือนเดิม จะรู้สึกได้กับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังในขณะปลายเท้างอเข้าใกล้กัน
5. สลับขาข้างซ้ายในทำนองเดียวกัน ทำเช่นนี้ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง (1 เซ็ท)
6. ควรปฏิบัติ 3 เซ็ท/วัน 3-5 วัน /สัปดาห์

ข้อแนะนำ : ควรควบคุมจังหวะในการบริหารให้สม่ำเสมอ ร่างกายส่วนบนต้องนิ่ง ลดต้นขา ยกขาขึ้นในแนวตรง ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง กดสะโพกแนบพื้นอยู่เสมอ

บริหารต้นขาด้านนอก 1
1. นอนตะแคงเอียงข้างซ้าย(หรือขวาก็ได้ตามแต่จะถนัด)ลงบนเบาะ ร่างกายอยู่ในแนวเส้นตรง หนุนศีรษะด้วยฝ่ามือด้านซ้าย โดยต้นแขนวางราบยันพื้นไว้
2. มือขวาวางอยู่บนพื้นด้านหน้า เพื่อช่วยพยุงน้ำหนักตัว ขาซ้ายงอเล็กน้อย
3. สะโพกตรง เกร็งกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องไว้
4. ค่อยๆ ยกขาขวาขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่ต้องเกร็งหัวเข่า
5. เมื่อยกได้สูงสุดแล้วให้นิ่งไว้สักครู่ จากนั้นค่อยๆ ลดขาลง แล้วหยุดอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย
6. จะรู้สึกได้ถึงความตึงของต้นขาด้านนอกขณะที่ยกขาขึ้น
7. สลับขาข้างซ้ายในทำนองเดียวกัน ทำเช่นนี้ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง (1 เซ็ท)
8. ควรปฏิบัติ 3 ชุด / วัน 3-5 วัน / สัปดาห์

บริหารต้นขาด้านใน 1
1. นอนตะแคงข้างซ้ายบนเบาะ หนุนศีรษะด้วยฝ่ามือด้านซ้าย โดยต้นแขนวางราบยันพื้นไว้
2. งอเข่าขวาชี้ตรงมาด้านหน้า ท่อนล่างทำมุมฉากกับต้นขา โดยวางเข่าขวาบนพื้น หรือยกพ้นพื้นเล็กน้อย
3. ขาซ้ายเหยียดตรง พยายามดึงกล้ามเนื้อจากเท้าขึ้นตามแนวของต้นขา
4. ยกขาซ้ายขึ้นสูงให้เป็นแนวเส้นตรง แล้วลดลง
5. จะรู้สึกได้กับความตึงของต้นขาด้านใน ขณะที่ยกขาขึ้นจากพื้น
6. สลับขาข้างซ็ายในทำนองเดียวกัน ทำเช่นนี้ให้ได้ข้างละ 10-15 ครั้ง ( 1 เซ็ท)
7. ควรปฏิบัติ 3 เซ็ท / วัน 3-5 ครั้ง / สัปดาห์

ข้อควรระวังหลังออกกำลังกาย และเกิดการเหนื่อยเต็มที่

ห้ามหยุดนิ่งทันที ถ้าต้องหยุดยืนควรขยับเท้าช้าๆ เพื่อให้ชีพจรค่อยๆ เต้นช้าลงทีละน้อย ห้ามนั่งลงทันที ลดต้นขา.

ลดริ้วรอย วิธีป้องกัน และขจัดความเหี่ยวย่น

ลดริ้วรอย วิธีป้องกัน และขจัดความเหี่ยวย่น

วิธีป้องกัน และขจัดความเหี่ยวย่นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเสื่อม โทรมของร่างกายเมื่อย่างเข้าสู่วัยสูงอายุที่ดีที่สุด คือ อาการเกิดริ้วรอย เมื่อย่างเข้าสู่วัย 25 ปีผิวหนังจะเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เป็นสิ่งที่เราปฎิเสธไม่ได้ แต่เราก็สามารถหาวิธีการดูแล บำรุงให้ความชรามาเยือนช้าลงได้ และยังสามารถทำให้ผู้พบเห็นไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วย ลดริ้วรอย.

ลดริ้วรอย

ลดริ้วรอย กลไก
บรรพบุรุษ แพทย์จีนกล่าวว่า รอยเหี่ยวย่นเกิดจากการที่ม้ามกระเพาะอาหารอ่อนแอ หรือเกิดจากการตรากตรำ หรือการมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป จนมีผลให้ จิง และ เลือดไม่พอ ผิวหนังจึงขาดสารอาหารมาหล่อเลี้ยงบำรุง

ในทางการแพทย์ แผนตะวันตก อธิบายถึงการเกิดริ้วรอยย่นบนใบหน้าว่ามักเกิดเกี่ยวกับอายุ กล้ามเนื้อ แสดงอารมณ์ และน้ำหนักคนเราเมื่อผ่านพ้นช่วงเจริญเติบโตมาแล้ว กระบวนการผลัดเปลี่ยนของผิวหนังจะเริ่มช้าลง ลดริ้วรอย เซลล์ผิวหนังจะได้รับน้ำและไขมันมาหล่อเลี้ยงลดลง ไขมันชั้นใต้ผิวจะเริ่มบางและจะค่อย ๆ สลายไป ใยหนังแท้จะเริ่มกลายสภาพ ความยืดหยุ่นและความตึงของผิวหนังลดลง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์จะไม่สามารถคืนรูปได้เร็ว นาน ๆ เข้าจึงเกิดริ้วรอย เหี่ยวย่นได้ หากการดำเนินเป็นไปอีกระดับหนึ่งจะปรากฏร่องรอยที่ชัดเจน โดยมากเริ่มที่หน้าผาก หางตา คอ คาง รอบ ๆ ปาก

การรักษา
ใช้การ ฝังเข็มเพื่อบำรุงชี่และเลือด หรืออาจใช้การนวดทุยน่า หรือยาจีนรับประทาน

การ ดูแล
1. แก้ไขอุปนิสัยที่ไม่ดีในการดำเนินชีวิตประจำวัน นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารควบสารอาหารในแต่ละวัน
2. ป้องกันแสงแดด และบำรุงผิวด้วยตนเอง
3. ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วต่อวัน ร่วมกับการออกกำลังกายอยู่ในที่มีอากาศบริสุทธิ์
4. ในกรณีมีโรคเรื้อรัง จำเป็นต้องรักษาอาการโรคเหล่านั้นก่อน

 

ควรใช้ครีมบำรุงผิวบ่อยแค่ไหน

การใช้ครีมบำรุงผิวควรใช้อย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุกครั้งที่อาบน้ำชำระร่างกาย เป็นการป้องกันไม่ให้ผิวหนังแตกเป็นขุย บางคนผิวแห้งแตกเป็นขุยและมีอาการคันร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าหนาว มักจะเกิดการคันสาเหตุจากผิวหนังแห้งมากนั่นเอง การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินธรรมชาติและสารสกัดจากสมุนไพรก็จะช่วยเพิ่มประโยชน์และคุณค่าต่อผิวหนังมากยิ่งขึ้น ลดริ้วรอย.

 

วิธีรักษาสิว วิธีรักษาสิวด้วยน้ำมะนาว

วิธีรักษาสิว วิธีรักษาสิวด้วยน้ำมะนาว
ดูแลรักษาความสะอาดให้ถูกวิธี จะช่วยลดการเกิดสิวได้มากเช่นกัน ซึ่งน้ำมะนาวมีกรดผลไม้ AHA หรือ Alpha Hydroxy Acids
ทำงานโดยการลอกเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผิว
และช่วยให้เซลล์ผิวใหม่ที่อยู่ด้านล่างได้ผลัดขึ้นมาแทนที่เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ยังช่วยชำระรูขุมขนและช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่น สดใสด้วย วิธีรักษาสิว

วิธีรักษาสิว

วิธีรักษาสิว 1. ควรทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์อย่างอ่อน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและตอนเย็น หรือ ก่อนนอน
แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทาความสะอาดผิวตัวไหนดี ให้ลองปรึกษาคุณหมอก่อนเลือกใช้

2. ล้างหน้าทุกครั้ง
หลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก

3. งดใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกขัด-ถู ทั้งหลาย รวมถึงสบู่ที่ค่อนข้างแรง เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้สิวหาย
ยังอาจทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคือง หรือ ติดเชื้อ มากขึ้น กว่าเดิมได้อีกด้วย

4. เมื่อใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดหน้าแล้ว ต้องล้างออกให้หมดจด อย่าให้มีคราบตกค้าง

5. การล้างหน้าต้องล้างให้ขึ้นไปถึงตีนผม
เพื่อล้างน้ำมันและคราบสกปรกที่อาจจะเป็นตัวก่อสิวออกไปให้หมด
สาหรับคนที่มีผมมัน ควรสระผมทุกวัน เป็นต้น

6. หากแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด
ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วย
เพื่อให้ทำความสะอาดหมดจดมากขึ้น

วิธีทำ

1.ล้างหน้าให้สะอาด

2.บีบน้ำมะนาว 1 ช้อนชาในถ้วยเล็ก ใช้สำลีจุ่มน้ำมะนาวพอเปียก
อาจผสมน้ำหากรู้สึกว่าแสบเกินไป

3.ป้ายน้ำมะนาวลงบนสิว สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวหนอง

4.ทิ้งไว้ทั้งคืนโดยไม่ต้องล้างออก ล้างออกตอนเช้า และทาอีกครั้งก่อนเมคอัพ
(หากคุณต้องใช้เมคอัพ)

5.หากรู้สึกว่าน้ำมะนาวนั้นแรงเกินไป แม้ว่าจะผสมน้ำให้เจือจางแล้วก็ตาม ให้ทิ้งไว้
10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
เป็นวิธีง่ายๆโดยใช้พืชผักสวนครัว
ก็คือมะนาวมาช่วยลดสิวที่อยู่บนใบหน้าของเราให้หายไป
คงไว้แต่ใบหน้าที่ใสเนียนแบบเป็นธรรมชาติ ทั้งสะดวก ทั้งประหยัด
เพื่อนๆลองนำไปใช้กันดูได้ผลอย่างไรอย่าลืมบอกกันด้วยนะ

วิธีการดูแลหรือรักษาสิวอักเสบมีหลายวิธีแตกต่างกัน วิธีรักษาสิว แต่ประสิทธิภาพในการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย
วันนี้มานำเสนอสูตรการดูแลและรักษาสิวอักเสบให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละบุคคล

1. สูตรมะเขือเทศ-มะนาว ให้ใช้มะเขือเทศ 1 ลูกใหญ่สับหรือปั่นให้ละเอียด
บีบน้ำมะนาวลงไปประมาณ 1 ช้อนชา เอามาพอกหน้าประมาณ 10-15 นาที
แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
สูตรนี้อาจใช้มะเขือเทศอย่างเดียวก็ได้เช่นกันและสามารถทำได้ทุกวัน

วัตถุดิบของสูตรการรักษาสิวอักเสบด้วยมะเขือเทศ และมะนาว
วัตถุดิบของสูตรการรักษาสิวอักเสบด้วยมะเขือเทศ และมะนาว
ในมะเขือเทศมีสาร Licopersioin ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
สาเหตุของสิวอักเสบ อีกทั้งมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ
ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะแก่การเติบโตของแบคทีเรีย
เช่นเดียวกับน้ำมะนาวที่อุดมไปด้วย AHA (Alpha Hydroxy Acids)
หรือกรดผลไม้ที่ช่วยให้สิวอักเสบอ่อนตัว เปิดหัวหนองเอาหัวสิวออกมาได้ง่าย
และเมื่อขจัดหัวสิวออกก็ช่วยสมานแผลให้สิวลดการอักเสบ ยุบตัวได้เร็ว

2. สูตรเปลือกมังคุดลดสิวอักเสบ วิธีนี้ใช้เปลือกมังคุดคั้นเอาแต่น้ำสีม่วง
ส่วนจะใช้กี่ผลขึ้นอยู่กับปริมาณที่ต้องการ
เมื่อได้น้ำมังคุดสีม่วงเอามาผสมกับดินสอพองให้เหนียวใช้แต้มบริเวณสิวอักเสบ
หรืออีกวิธีเอาเปลือกมังคุดมาตำหรือปั่นใส่น้ำอุ่นลงไปเล็กน้อยคั้นเอาน้ำสีม่วงใช้ป้า
ยสิวอักเสบโดยตรงเลยสูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันในช่วงมีสิวอักเสบ
และค่อยๆลดลงเหลือสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

วัตถุดิบของสูตรการรักษาสิวอักเสบด้วยเปลือกมังคุด
วัตถุดิบของสูตรการรักษาสิวอักเสบด้วยเปลือกมังคุด
ในเปลือกมังคุดมีสารที่เรียกว่า GM-1
ช่วยระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย สารแซนโทน (Xanthone)
ช่วยต้านการอักเสบ และสารเทนนิน (Tannin) ที่ช่วยสมานผิวให้เร็วขึ้น

3. สูตรมะละกอ โดยใช้มะละกอสุก ผสมกับข้าวโอ๊ตบดผสมน้ำผึ้ง
นำมาผสมให้เข้ากันพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

วัตถุดิบของสูตรการรักษาสิวอักเสบด้วยมะละกอ และข้าวโอ๊ต ในมะละกอมีเอนไซม์ชื่อปาเปน (Enzyme Papain) และไคโมปาเปน
(Chymopapain) มีคุณสมบัติลดการอักเสบ จึงลดการเกิดสิวอักเสบได้

4. สูตรปูนแดง ขมิ้นชัน ส่วนผสม ปูนแดง ½ ช้อนชา ขมิ้นชันผง 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมรวมกันคนให้เป็นเนื้อเดียวนำปูนแดงขมิ้นชันมาป้ายหัวสิว เช้า – เย็น ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง วิธีรักษาสิว.

แก้ตาสองชั้น อย่านวด กด หรือกระทำการอันใดที่จะมีผลต่อบริเวณที่รักษา

แก้ตาสองชั้น เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้นการฉีดไขมันสามารถทำพร้อมกับการทำผ่าตัดหนังตาบนหรือหนังตาล่างหรือการฉีดไขมันส่วนอื่นๆของใบหน้าได้พร้อมกันในคราวเดียว  ซึ่งในแต่ละคนมีรายละเอียดของปัญหาที่แตกต่างกัน ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเพื่อตรวจวิเคราะห์ ประเมินปัญหา และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล แก้ตาสองชั้น.

แก้ตาสองชั้น

ข้อควรปฏิบัติก่อนการผ่าตัดหนังตา

1. ควรงดยาที่ลดการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน คูมาดิน วิตามินอี น้ำมันปลา อาหารเสริมหรือสมุนไพรทุกชนิด  อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำการผ่าตัด ทั้งนี้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้ให้ยาว่าโรคที่เป็นอยู่ปลอดภัยต่อการงดยาเหล่านั้น

2. ไม่แต่งหน้า  ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ หรือใส่เครื่องประดับใดๆมาในวันผ่าตัด แก้ตาสองชั้น

3. ถ้ามีแผล ฝี หรือการติดเชื้อบริเวณใดๆของร่างกายควรแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทราบ

4. กรณีมีโรคประจำตัวเช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน  โรคเลือดหยุดยาก ฯลฯ รวมถึงประวัติการแพ้ยาต่างๆ รวมทั้งยาชา ควรแจ้งแพทย์ทราบก่อนการนัดผ่าตัด

ข้อควรปฏิบัติหลังการผ่าตัด แก้ตาสองชั้น

1. ห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อ ให้ทำความสะอาดแผลผ่าตัดโดยการเช็ดเบาๆด้วย ไม้พันสำลีสะอาดชุบน้ำต้มสุก หรือน้ำเกลือล้างแผล จนหมดคราบสะเก็ดเลือด จากนั้นป้ายแผลด้วยขี้ผึ้งสำหรับป้ายตา อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

2. ประคบเย็นที่บริเวณแผลผ่าตัดด้วย Cold Pack Gel หรือ ถุงน้ำแข็ง ห่อด้วยผ่าขนหนูสะอาด ระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำ ประมาณ 1-2 วัน

3. ถ้ามีเลือดออกซึมจากแผลให้รีบกดไว้และใช้ความเย็นหรือน้ำแข็งประคบไว้ทันที

4. หลังผ่าตัดวันแรกและวันต่อมาควรนอนพักให้ศีรษะสูง หลังจากนั้นจึงสามารถทำกิจวัตรประจำวันเบาๆได้ตามปกติ  ไม่ควรยกของหรือทำงานหนัก ไม่ควรออกกำลังกายหนัก และระวังการกระทบกระเทือนแรงๆ

5. ใน 3-4 สัปดาห์แรก ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด หลีกเลี่ยงการโดนแดด ฝุ่น และสิ่งสกปรก และควรใส่แว่นตาเพื่อป้องกันไว้

6. รับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง และ รับประทานยาแก้ปวดเมื่อมีอาการปวดแผลผ่าตัด

7. แพทย์จะนัดมาตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 5-7 วัน แก้ตาสองชั้น

อาการที่ควรมาพบแพทย์ทันที
• มีเลือดออกจากแผลผ่าตัดมากและไม่หยุด
• มีอาการปวดตามาก

การผ่าตัดหนังตาเป็นการผ่าตัดเล็กที่ไม่ยุ่งยาก ฉีดยาชาเพียงเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน ผู้รับการรักษาสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด หลังจากตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ1สัปดาห์ ตาจะเริ่มบวมลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งดูเป็นปกติใน 1ถึง 2 เดือน

ประโยชน์ของ Botulinum Toxin
1.     รักษารอยย่นของใบหน้าที่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่นรอยตีนกาที่หางตา เส้นริ้วรอยที่หน้าผาก หรือหัวคิ้วจากการขมวดคิ้ว
2.     เปลี่ยนรูปทรงของใบหน้า ที่เกิดจากการคลายตัวของกล้ามเนื้อ เช่นผู้ที่กรามใหญ่ กล้ามเนื้อกรามทำงานมาก ฉีดแล้วเรียวเล็กลงได้
3.     รักษาภาวะเหงื่ออกมากผิดปกติ hyperhydrosis โดยไม่ทราบสาเหตุ เช่นที่ฝ่ามือ เท้า รักแร้
4.     ปรับรูปร่างใบหน้า เช่น ยกคิ้ว ยกมุมปาก ลดการยิ้มเห็นเหงือก หรือยกแก้มที่หย่อนคล้อย

การปฎิบัติตัวก่อนฉีด Botulinum Toxin

หยุดใช้ยากลุ่มกรดวิตามินเอ เอเอชเอ สครับขัดหน้า เป็นเวลา 1-2 วันก่อนการฉีด Botulinum Toxin
หยุดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ได้แก่ Aspirin, Brufen, naproxen, วิตามินอี น้ำมันปลา จิงโกะ
งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่งโมงก่อนการรักษา
ถ้ามีประวัติของโรคเริมบริเวณริมฝีปาก ควรแจ้งแพทย์ก่อนการรับการรักษา

การปฎิบัติตัวหลังฉีด Botulinum Toxin

อย่านวด กด หรือกระทำการอันใดที่จะมีผลต่อบริเวณที่รักษา เช่นสวมหมวดกันน็อค หรือนวดหน้า
อย่านอนราบหรือก้มหน้าเป็นเวลาสี่ชั่วโมง
งดการอยู่ในที่ร้อนเช่น อบซาวน่า ปรุงอาหารหน้าเตาร้อนเป็นเวลาสี่ชั่วโมง
รอยนูนจากการฉีดจะหายไปเองภายในเวลา 2-3 ชั่วโมง
งดเว้นการออกกำลังกายอย่างหนักหรือการเล่นโยคะ เป็นเวลาสี่ชั่วโมงหลังการรักษา
งดการทายาหรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเช่น กรดวิตามินเอ เอเอชเอ วิตามินซี   เป็นเวลา 24 ชั่วโมงหลังการรักษา
พยายามขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้ยากระจายตัวเข้ากล้ามเนื้อได้มากขึ้น
สามารถใช้น้ำแข็งประคบในกรณีที่มีอาการบวมแดงหรือช้ำได้
สามารถใช้เครื่องสำอางได้หลังการรักษาด้วยความนุ่มนวลหลีกเลี่ยงการกดถู
ผู้ป่วยจะเริ่มเห็นผลการรักษาใน 2-7 วัน และเห็นผลการรักษาสูงสุดในสองสัปดาห์
กลับมาพบแพทย์เมื่อมีข้อสงสัยหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ แก้ตาสองชั้น.